Architect process

Architect process
1. รับข้อมูลจากผู้ว่าจ้างเพื่อใช้ในการออกแบบ
– วิเคราะห์ความเป็นไปได้ของโครงการ
– ตำแหน่งที่ตั้งของโครงการ
– ขนาด กว้าง ยาว สูง ของโครงการ
– ข้อมูลเชิงลึกของโครงการนั้น

2. การวางเค้าโครงการออกแบบและการออกแบบร่างขั้นต้น
เป็นขั้นตอนแรกของทำงานออกแบบ เพื่อหาข้อสรุปลักษณะสถาปัตยกรรมเบื้องต้นจากข้อมูลที่ได้รับจากลูกค้ามาใช้กำหนดเป็นแนวคิดหลักในการออกแบบ (Design Concept)และพัฒนามาเป็นแบบร่างซึ่งแสดงให้เห็นสัดส่วน ขนาด ความสัมพันธ์ทางองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรม และวัสดุโดยสังเขป ในกระบวนการนี้สถาปนิกจะศึกษาข้อมูลตามข้อมูลที่เจ้าของงานให้ และข้อมูลเกี่ยวกับ บทบัญญัติทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับโครงการและจัดวางเค้าโครงการออกแบบพร้อมทั้งออกแบบร่างขั้นต้นเพื่อเสนอต่อเจ้าของ โดยเอกสารที่จะนำเสนอจะประกอบด้วย

– แบบร่างผังบริเวณแสดงความสัมพันธ์ของอาคาร หรือกลุ่มอาคารกับบริเวณข้างเคียง
– แบบร่างตัวอาคารประกอบด้วยแบบแปลนอาคารคร่าว ๆ ทุกชั้น รูปด้านและรูปตัดอาคารโดยสังเขป
– เอกสารจำเป็นอื่น ประกอบการพิจารณาประมาณราคาค่าก่อสร้างเบื้อต้นตามขั้นตอนนี้

3. การออกแบบร่างครั้งสุดท้าย
เป็นกระบวนการพัฒนางานออกแบบให้สอดคล้องกับความต้องการ หรือข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงระหว่างการเสนอแบบ เพื่อเสนอต่อลูกค้าหรือเจ้าของงานให้ตรงตามความต้องการมากที่สุดครับ สถาปนิกจะใช้ข้อมูลที่ได้รับอนุมัติจากการออกแบบร่างขั้นต้นข้อที่ 1 เพื่อใช้ในการออกแบบร่างครั้งสุดท้าย นำเสนอเจ้าของงานต่อไป เอกสารที่สถาปนิกเสนอให้เจ้าของเห็นชอบและขออนุมัติตามขั้นตอนนี้ประกอบด้วย
– แบบร่างผังบริเวณแสดงความสัมพันธ์ของอาคาร หรือกลุ่มของอาคารข้างเคียง ตลอดจนความสำพันธ์ของระบบสาธารณูปโภคใกล้เคียงที่จำเป็น
– แบบร่างตัวอาคารประกอบด้วยรายละเอียดของแปลนทุกชั้น รูปตั้ง รูปตัด และแบบอื่นเท่าที่จำเป็น
– แบบร่างแสดงระบบวิศวกรรมทุกสาขาที่เกี่ยวข้องกับงาน
– รายละเอียดวัสดุและอุปกรณ์ที่จะใช้สำหรับโครงการนี้โดยสังเขป
– เอกสารอื่นๆ ที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณา
– ประมาณราคาก่อสร้างตามขั้นตอนที่สองที่มีรายละเอียดมากขึ้น

4. การพัฒนาแบบก่อสร้าง และเอกสารสำหรับขออนุญาตและ การก่อสร้าง
หลังจากออกแบบร่างขั้นตอนสุดท้าย ได้รับอนุมัติจากเจ้าของเป็นลายลักษณ์อักษรจากเจ้าของงานแล้ว สถาปนิกจะจัดทำรายละเอียดเพื่อเป็นเอกสารประกอบการขออนุญาตก่อสร้าง โดยแบบดังกล่าวจะไปตามข้อกฎหมาย ระเบียบปฏิบัติข้อกำหนดท้องถิ่น และองค์กรท้องถิ่นควบคุม พร้อมกับมีรายละเอียดก่อสร้าง รายการประกอบแบบ( Construction specification) และเอกสารเพิ่มเติมอย่างเพียงพอ เพื่อให้การก่อสร้างดำเนินไปอย่างเรียบร้อย นอกจากนี้แบบดังกล่าวนี้ยังใช้ประกอบเป็นเอกสารประกวดราคา และการทำสัญญาจ้างผู้รับเหมาอีกด้วย เอกสารที่สถาปนิกจะส่งมอบให้แก่ลูกค้าคามขั้นตอนนี้ประกอบด้วย
– แบบสถาปัตยกรรม (สำหรับขออนุญาตก่อสร้าง) ประกอบด้วย
– แบบแสดงผังบริเวณ และระบบสาธารณูปโภคภายนอกอาคาร
– แบบแสดงแปลนทุกชั้น
– แบบแสดงรูปด้านทั้ง 4 ด้น
– แบบแสดงรูปตัดอย่างน้อย 2 รูป
– แบบแสดงรายละเอียด และแบบขยายต่าง ๆ ที่จำเป็น
– แบบวิศวกรรมโครงสร้างและ พร้อมรายละเอียด และรายการคำนวณ(สำหรับขออนุญาตก่อสร้าง)
– แบบวิศวกรรมสาขาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องหรือสาขาที่ตกลงกัน พร้อมเอกสารที่จำเป็น
– รายการประกอบแบบก่อสร้างทุกงาน (งานสถาปัตย์ และวิศวระบบต่างๆ ) โดยละเอียด
– ประมาณการราคากลางค่าก่อสร้างโดยละเอียด

5.การประกวดราคาและการคัดเลือกผู้รับเหมาก่อสร้าง
สถาปนิกจะให้ความร่วมมือในการประกวดราคาดังต่อไปนี้
– จัดทำประมาณการราคากลางค่าก่อสร้าง (หากทำการตกลงไว้ล่วงหน้า)
– จัดทำเอกสารประกวดราคา (หากทำการตกลงไว้ล่วงหน้า)
– ให้คำแนะนำในการตรวจสอบใบเสนอราคาของผู้รับจ้างก่อสร้าง
– ให้คำแนะนำในการคัดเลือกผู้รับเหมาก่อสร้าง
– จัดเรียมเอกสารสัญญา

6.การก่อสร้าง
สถาปนิกจะให้ความร่วมมือในการก่อสร้างเพื่อให้การก่อสร้างดำเนินไปตามความต้องการในการออกแบบ และตามเอกสารสัญญาดังต่อไปนี้
– ตรวจสอบการปฎิบัติงานของผู้รับจ้างก่อสร้าง ณ สถานที่ก่อสร้างเป็นครั้งคราว และรายงานให้ลูกค้าทราบ ในกรณ๊ที่จำเป็น
– ให้คำแนะนำแก่ผู้รบจ้างก่อสร้าง เพื่อให้งานก่อสร้างดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย
– ให้คำปรึกษา และแนะนำแก่ผู้ควบคุมงานของลูกค้า เพื่อให้งานก่อสร้างดำเนินไปตามความประสงค์ในการออกแบบและเอกสารสัญญา
– ให้รายละเอียดเพิ่มเติมตามความจำเป็น
– ตรวจและอนุมัติแบบใช้งานและวัสดุอุปกรณ์ ตัวอย่างที่ผู้รับจ้างก่อสร้างนำเสนอ

7.การส่งมอบเอกสาร
สถาปนิกจะส่งมอบเอกสารตามข้อ 4 โดยมอบเป็นแบบพิมพ์
– เขียวจำนวน 10 ชุด
– เอกสารรายการประกอบแบบจำนวน 10 ชุด
ให้ลูกค้าประกอบการใช้งาน เช่น ขออนุญาต ประมูลราคาก่อสร้าง แต่ในกรณีที่เจ้าของงานต้องการเอกสารมากว่าที่กำหนด สถาปนิกจะเบิกค่าใช้จ่ายในการจัดทำเอกสารเพิ่มเติมจากลูกค้าครับ

8.งานที่ไม่ครอบคลุมค่าบริการ
นอกเหนือจากงานแบบดังกล่าวแล้ว ยังมีงานทีเกี่ยวข้องกับการเตรียมการและการก่อสร้างอื่น ๆ ซึ่งไม่อยู่ในขอบเขตการให้บริการของสถาปนิก แต่หากลูกค้าต้องการสถาปนิกจะช่วยจัดการให้โดยคิดค่าใช้จ่ายตามจริง หรือเป็นราคาที่ตกลงกันเองระหว่างลูกค้าและผู้รับจ้างทำงานนั้น ได้แก่
– การขออนุญาตก่อสร้างต่อทางราชการ สถาปนิกจะเตรียมเอกสารให้ลูกค้าและบริการยื่นให้ลูกค้า แต่ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เป็นความรับผิดชอบของลูกค้า
– การทำหุ่นจำลองขนาดใหญ่โดยละเอียด
– การออกแบบตกแต่งภายใน
– การควบคุมงานก่อสร้าง
– การบริหารงานก่อสร้าง
– การรังวัดตรวจสอบที่ดิน หรือหาข้อมูลต่าง ๆเกี่ยวข้องกับที่ดินหรือทรัพย์สินอื่นๆ ในที่ดินนั้น
– การเจาะสำรวจคุณภาพดินในการรับน้ำหนัก (soil Test)